ศึกษาดูงาน KM วิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ 2559 (th)

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559  เวลา 14.00 – 16.00 น. ทีมงานคณะกรรมการจัดการความรู้ของมหาวิทยาลัยพายัพได้จัดกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการความรู้กับวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่  ณ วิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่

S__10813499

ได้รับความรู้และเทคนิคดีๆ จาก ผศ.สมภพ เพ็ญจันทร์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ โดยสรุปประเด็นสำคัญๆ ดังนี้

สรุปประเด็นจากการศึกษาดูงานเรื่องการจัดการความรู้กับวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่

KM เหมือนการพูดคุยกัน กินข้าวโต๊ะเดียวกันต้องจ่ายด้วยกัน “มึงฟังกูพูด กูพูดมึงฟังกูด้วย”

KM ไม่เกิดด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้

  1. บางคนมาตามคำสั่ง
  2. หัวข้อที่ต้องพูดไม่ใช่สิ่งที่ตนรู้ หรือสิ่งที่ตนถนัด
  3. ทุกคนต่างก็มีภาระหน้าที่ ไม่มีเวลา

เทคนิคการ KM

  1. กลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไม่ควรเป็นกลุ่มใหญ่เกินไป
  2. เน้นการสนทนาแบบสุนทรียสนทนา (Dialogue)
  3. ทำให้มีบรรยากาศแบบเป็นกันเอง Relax ที่สุด
  4. เลือกหัวข้อแง่บวก (Positive) ไม่กระทบกับความรู้สึกของคน เช่น แนวปฏิบัติที่ดีในการให้บริการ เป็นต้น
  5. ผู้พูดได้พูดในสิ่งที่ตนปฏิบัติจริง จะเกิดความสุขในการเล่าเรื่อง
  6. เมื่อเริ่มการแลกเปลี่ยนใน CoP (Community of Practice) สมาชิกในกลุ่มต้องถอดหมวก และเลือกสมาชิกในกลุ่มที่มีสถานใกล้เคียงกันมากที่สุด
  7. ใช้ระยะเวลาสั้นๆ ไม่เยิ่นเย้อ

เป้าหมายของการ KM

  1. เพื่อดึงเอาภูมิปัญญาจากตัวบุคคล
  2. เมื่อเกษียณอายุการทำงานแล้วจะได้ทิ้งความรู้ที่สะสมมาให้เกิดประโยชน์กับมหาวิทยาลัย โดยการทำเป็นคลังปัญญาให้กับรุ่นน้อง

วิธีการ/ขั้นตอนในการเก็บความรู้ในกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

  1. เปิดโอกาสให้สมาชิก CoP พูดคนละ 3 นาที (โดยอาจเริ่มด้วยเรื่องผ่อนคลาย เรื่องสนุกๆ ก่อน)
  2. บันทึกการสนทนา โดย จดบันทึก/บันทึกเทป/บันทึกวิดีโอ
  3. พิมพ์สรุป โดยเลขานุการประจำกลุ่ม โดยแบ่งเป็น
    1. ความรู้ของแต่ละท่านที่พูดคนละ 3 นาที
    2. สรุปความรู้ที่ได้จากสมาชิกกลุ่ม
  4. เมื่อมีการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนครั้งถัดไป นำความรู้ที่สรุปได้ให้สมาชิก CoP พิจารณา ซึ่งสามารถปรับแก้ไขได้
  5. จัดกิจกรรม CoP ให้ครบถ้วนตามประเด็นที่กำหนด ตามขั้นตอนที่ 1 – 4
  6. จัดทำเป็นเอกสารความรู้

ประโยชน์ที่ได้รับจากการเป็นผู้รับผิดชอบงาน KM ของวิทยาลัย

  1. ได้เรียนรู้ในมุมมองใหม่ๆ
  2. ได้มีโอกาสอ่านสุนทรียสนธนา
  3. ทำให้รู้ว่า “เราไม่รู้อะไรเลย ทั้งที่คิดว่าเรารู้แล้ว”

S__10813497

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>